วิธีการฝึกให้ลูกรู้จักทำการบ้านที่พ่อแม่ควรรู้

การบ้านถือว่าเป็นการฝึกความรับผิดชอบอย่างหนึ่งให้กับเด็กๆ หากลูกเราเป็นเหมือนกับเด็กทั่วๆไปที่สามารถทำการบ้านได้เอง ไม่ต้องมากำกับก็แล้วไป แต่หากลูกเราแตกต่างเล็กน้อยว่าไม่สามารถทำการบ้านได้เอง ไม่ชอบทำการบ้าน พ่อแม่จะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง เรามีข้อแนะนำให้ลองไปทำกันดู

จัดสภาพแวดล้อมสำหรับทำการบ้าน

อย่างแรกหากลูกเราไม่ชอบทำการบ้าน อาจจะเกิดจากสิ่งแวดล้อมในบ้านไม่เอื้อต่อการทำการบ้าน เช่น เปิดทีวีเสียงดังตลอดทำให้เด็กไม่มีสมาธิ เป็นต้น ทางแก้ไขก็คือ พ่อแม่ควรจะร่วมกันช่วยจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสมสำหรับทำการบ้าน อย่างการจัดมุมเฉพาะส่วนตัวให้เค้าทำการบ้าน น่าจะทำให้อยากทำการบ้านอย่างมีสมาธิมากยิ่งขึ้น

หาเวลามาทำการบ้านร่วมกัน

หากลูกของเราไม่ชอบทำการบ้าน พ่อแม่ก็ควรจะต้องสละเวลาจากการทำงานมาทำการบ้านร่วมกันกับลูก เพื่อสร้างความอบอุ่นใจให้กับเค้า และทำให้เห็นว่าการทำการบ้านไม่ใช่เรื่องของการทำโทษ แต่เป็นการฝึกความรับผิดชอบมากกว่าอีกอย่างการทำบ้านร่วมกันจะทำให้เราเข้าใจพฤติกรรม และความสามารถของลูกเราด้วยว่าเป็นอย่างไร ถนัดหรือไม่ถนัดวิชาไหน แถมด้วยเราจะได้ทราบเรื่องราวของเค้าเวลาอยู่โรงเรียนอีกทางหนึ่งด้วย

ให้คำปรึกษา แนะนำแต่ไม่ทำให้

ระหว่างที่มาทำการบ้านร่วมกันนั่น สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อแม่จะให้ได้แบบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย นั่นก็คือการให้คำปรึกษาการทำการบ้านของลูก แต่ขอย้ำว่าให้คำปรึกษาเท่านั้นไม่ใช่ทำการบ้านให้ลูก เพราะการทำการบ้านให้ลูกแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็อาจจะทำให้เค้าติดนิสัยที่ไม่ถูกต้องได้เหมือนกัน

ชมเชย ช่วยเหลือ ให้กำลังใจ

ระหว่างที่พ่อแม่อยู่ทำการบ้านเป็นเพื่อนลูกนั้น สิ่งที่พ่อแม่จะต้องเจอสีหน้า ท่าทาง อารมณ์ที่ไม่พอใจของลูกเวลาทำการบ้าน เนื่องจากเค้าไม่อยากทำอยู่แล้ว สิ่งที่พ่อแม่ทำได้นั่นก็คือ การให้กำลังใจ ชมเชย ช่วยเหลือเค้าอย่างจริงใจ อาจจะไม่ต้องพูดอะไรเยิ่นเย้อมาก แค่ประโยคที่ว่า เก่งมากครับ ทำได้แน่นอน แม่เชื่อว่าอย่างนั้น แค่นี้ลูกๆ ของเราก็มีกำลังใจในการทำการบ้านให้เสร็จทันเวลาแล้ว

สอบถามคุณครูเวลาอยู่ที่โรงเรียน

อีกเรื่องหนึ่งที่พ่อแม่สามารถทำได้ หากลูกไม่ชอบทำการบ้านจริงๆ นั่นคือ การโทรไปสอบถามครูประจำชั้นของลูกที่โรงเรียนว่าเป็นอย่างไร เพราะเหตุใดจึงไม่ชอบทำการบ้าน อาจจะทำให้เราได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรมไม่ชอบทำการบ้านได้มากขึ้น อีกทั้งจะได้ประสานการแก้ไขพฤติกรรมร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับบ้านด้วย จะทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและยั่งยืนด้วย พ่อแม่ลองทำดูนะ