ลูกเอาแต่ใจ แก้ไขอย่างไรถึงจะดี

เชื่อว่าอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องใช้คำว่า ปัญหาโลกแตกเลยนั่นก็คือ ปัญหาเรื่องของเด็กๆ ที่เอาแต่ใจตัวเอง เด็กบางคนก็อาจจะไม่มาก แต่บางคนอาจจะมากจนพ่อแม่ถึงกับอ่อนใจกันเลยทีเดียว หากเราเป็นพ่อแม่คนหนึ่งที่กำลังเจอปัญหาแบบนี้ในตัวเด็กอายุไม่เกิน 5 ขวบล่ะก็ เรามีข้อแนะนำให้ไปลองปฏิบัติกันดู

การหลีกเลี่ยงสถานการณ์

อย่างแรก พ่อแม่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจจะทำให้เกิดเหตุของการเอาแต่ใจได้ เช่น หากไปตลาดแล้วเจอร้านของเล่นจะต้องซื้อ แล้วพอไม่ได้ก็โวยวายหน้าร้าน ก็พยายามเดินเลี่ยงจุดนั้นซะ เป็นต้น หากไม่ทำให้สถานการณ์มันเกิดขึ้นแล้วเชื่อว่าอาการเอาแต่ใจก็จะน้อยลงไป เพราะไม่รู้ว่าจะเอาแต่ใจเรื่องอะไรดี แต่หากบางครั้งมันหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ต้องเจอสถานการณ์ดังกล่าวไปที่ข้อต่อไป

อธิบายด้วยเหตุผลและเงื่อนไข

หากหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าวไม่พ้น แนะนำว่าควรอธิบายด้วยเหตุผลให้เข้าใจ ว่าเพราะเหตุใดเด็กถึงไม่ได้ตามที่ต้องการ จากโจทย์เรื่องร้านของเล่นด้านบน หากไม่ได้ซื้ออาจจะต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเพราะอะไร พ่อแม่ต้องซื้อกับข้าว ต้องเก็บเงินไว้ไปหาหมอ จ่ายค่าเทอม ก็ว่ากันไปมาถึงตรงนี้แนะนำว่าน้ำเสียงต้องจริงจัง อย่าพูดเล่น หรือพูดด้วยอารมณ์โมโห เพราะจะทำให้เด็กไม่เชื่อเรื่องเหล่านั้น

นอกจากให้เหตุผลแล้ว อีกจุดหนึ่งที่แนะนำให้ทำคู่กันไปด้วยเป็นเรื่องของเงื่อนไขหรือการต่อรองนั่นแหละ เช่น หากเราไม่สามารถซื้อสินค้าราคานั้นได้อาจจะซื้ออย่างอื่นที่ราคาถูกกว่าแทน เพื่อปลอบใจ หรือ หากซื้อไม่ได้จริงๆอาจจะให้เด็กได้จับหรือสัมผัสสักนิดหน่อย เพื่อให้เค้ารู้สึกว่าไม่ได้โดนตัดรอนไปในทีเดียว(วิธีนี้ต้องระวังเด็กทำของเสียหายด้วย) หรืออาจจะยกเงื่อนไขอย่างอื่นแทน เช่น การไปเล่นที่สวนสาธารณะแทนการซื้อของเล่น เป็นต้น

อดทนต่อการแสดงพฤติกรรม

มาถึงข้อสำคัญของเรื่องนี้เลย นั่นคือ การอดทนต่อการแสดงพฤติกรรมเชิงลบของเด็กๆแน่นอนว่า เมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการพวกเค้าไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมถึงไม่ได้ แต่เข้าใจว่าไม่ได้ต้องเสียใจ ทีนี้การแสดงออกก็แตกต่างกันมีตั้งแต่ร้องไห้ กริ๊ด ลงไปนอนชักดิ้นชักงอ ฉี่แตก อ้วก และอีกสารพัดอย่าง สิ่งที่พ่อแม่ทำได้นั่นก็คือ อดทน ให้เค้าได้แสดงอารมณ์โกรธ เสียใจ ออกมาสักพักเมื่ออารมณ์เย็นลงแล้วค่อยเข้าไปกอด อธิบาย หรือ เล่นกับลูกเพื่อให้เค้าเข้าใจได้มากขึ้น ตรงนี้ต้องระวังด้วยเวลาอาละวาดอย่าให้เข้าใกล้สิ่งของหรือคนเพราะอาจจะทำให้ของเสียหายได้ อีกจุดหนึ่งที่พ่อแม่ต้องทนก็คือสายตาของคนอื่นที่มองมา อยากให้คิดว่าเค้ามองด้วยความสงสารพ่อแม่ ไม่ได้เยาะเย้ยแต่อย่างใด เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ หากพ่อแม่ไม่สามารถควบคุมการเอาแต่ใจของเด็กได้ โตขึ้นรับรองเลยว่าพ่อแม่ต้องเหนื่อยอีกมากทีเดียว สู้ๆนะพ่อแม่