เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับนมวัว มีประโยชน์ต่อเด็กมากกว่าที่คิด

“นมวัว” หรือที่เราเรียกกันว่า “นมโค” เป็นนมที่ได้รับความนิยมและได้รับการยอมรับว่ามีประโยชน์รองจากนมแม่ จะเห็นได้จากโรงเรียนอนุบาลและประถมทั่วโลกจัดให้เด็กได้มีโอกาสรับประทานนมวัวในช่วงขณะที่อยู่ในโรงเรียน เพื่อจะได้ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และมีส่วนสูงเพิ่มขึ้นตามมาตรฐานซึ่งจำเป็นมากในเด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต คราวนี้เรามาดูเหตุผลดีๆ กันดีกว่าในน้ำนมวัวมีประโยชน์อะไรบ้าง???

  1. นมโคคือแหล่งโปรตีนขนาดใหญ่ – ซึ่งในน้ำนมโคจะมีปริมาณโปรตีนอยู่มากถึง4% มีส่วนประกอบที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วนหรือ “ Essential Amino Acid” อาทิเช่น ลิวซีน อาลานีน หรือไอโซลิวซีน สารอาหารประเภทนี้ล้วนแต่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการทำให้เซลล์สามารถซ่อมแซมเนื้อย่อยต่างๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดี และยังสามารถทำงานร่วมกับเอนไซม์เพื่อยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร
  2. นมโคช่วยขับถ่าย – เชื่อว่าเด็กหรือแม้ผู้ใหญ่ประสบปัญหาเรื่องท้องผูก การกินนมโคตอนท้องว่างน่าจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ถ่ายท้องได้ ความเป็นจริงแล้วในนมโคมีคาร์โบไฮเดรตที่มาในรูปของน้ำตาลแลคโตส ซึ่งน้ำตาลชนิดนี้จะเป็นตัวควบคุมปริมาณจุลินทรีย์อยู่จำนวนมากในระบบทางเดินอาหาร ฉะนั้นหากดื่มนมสดในตอนที่ท้องว่าง น้ำตาลแลคโตสจะสามารถทำงานได้ดีขึ้น ทำให้รู้สึกอยากขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูกได้
  3. นมโคช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน – ในนมโคมีปริมาณแคลเซียมและฟอสฟอรัสอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งคุณสมบัติพิเศษนี้จะเป็นตัวเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุนในระยะยาว และส่วนที่สำคัญคือเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายโดยเฉพาะในวัยเด็กหรือที่ผู้ใหญ่มักพูดเสมอว่า “ดื่มนมเยอะๆ จะได้สูงไวๆ ”
  4. นมโคเติมพลังงานในช่วงเช้า – จากข้อมูลโภชนาการของนมโคระบุว่านมโค 1 แก้ว จะให้พลังงานมากถึง 170 แคลอรี ยิ่งรับประทานคู่กับซีเรียลหรือธัญพืชที่มีประโยชน์จะช่วยเพิ่มวิตามินและอยู่ท้องได้นานขึ้น จึงเหมาะที่จะมาเป็นอาหารเช้าทุกเพศทุกวัย
  5. นมโคช่วยบำรุงสายตาได้ดี – สารอาหารที่อยู่ในนมโคที่ประกอบไปด้วยโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และคาร์โบไฮเดรต นมวัวยังมีวิตามินเอและบี โดยประโยชน์ของวิตามินเอจะช่วยบำรุงสายตาป้องกันความผิดปกติของประสาทตาและเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นให้แก่เด็ก

ถึงแม้ว่านมโคจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ต้องระวังเพราะเด็กบางคนอาจจะมีอาการแพ้นมโคร่วมอยู่ด้วยก็ได้ โดยเฉพาะในช่วงสองปีแรกแต่จะพบประมาณ 2 -3% เท่านั้น ซึ่งถ้าพบว่ามีอาการควรหยุดบริโภคน้ำนมโคเสียก่อน